รีวิวล่าสุดเกี่ยวกับบริการของ XTB ปี 2020

XTB อาจเป็นชื่อที่ไม่คุ้นเคยในหมู่เทรดเดอร์ชาวเอเชียมากนัก แต่สิ่งที่ XTB ได้สร้างสรรค์ขึ้นมา ไม่ค่อยมีโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์รายใดที่จะสามารถเทียบได้ แม้แต่โบรกเกอร์อันเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางก็ตาม เพราะ XTB เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านสภาพคล่องระดับ 1 ของโลก ด้วยใบอนุญาตนับไม่ถ้วนจากหน่วยงานกำกับดูแลชั้นนำอย่างเช่น FCA, CySEC, KNF, Bafin และที่สำคัญที่สุด XTB ยังได้รับการขึ้นทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์วอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ มาตั้งแต่ปี 2016  ในนาม X Trade Brokers Dom Maklerski SA เพียงแค่ข้อมูลที่กล่าวนี้ คุณก็คงจะพอเห็นภาพความเหนือชั้น รวมถึงความน่าเชื่อถือ ความเป็นมืออาชีพและความปลอดภัยด้านบริการที่ทาง XTB สามารถมอบให้คุณได้แล้ว หากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้คุณอยากรู้จัก XTB มากขึ้น ก็อย่าพลาดการอ่านรีวิวของเราเกี่ยวกับบริการของพวกเขา

ความรู้เบื้องต้น – ประวัติของ XTB 

  • ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2002
  • กำกับดูแลโดย: FCA (อังกฤษ), CySEC (ไซปรัส), KNF (โปแลนด์), IFSC (เบลีซ)
  • เงินฝากขั้นต่ำ: 1USD 
  • เลเวอเรจสูงสุด: 1:500
  • แพลตฟอร์มการซื้อขาย: MT4, xStation 

กล่าวเพียงย่อๆ คือ XTB ไม่ใช่แค่เพียงโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ทั่วไป แต่ยังเป็นผู้ให้บริการสภาพคล่องในตัวด้วย

ดังที่คุณทราบ สำหรับโบรกเกอร์ ECN เมื่อคุณเปิดสถานะการซื้อขาย โบรกเกอร์จะทำหน้าที่เป็นคนกลางและโอนคำสั่งซื้อของคุณไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องเพื่อให้เกิดการจับคู่ของราคา แต่สำหรับ XTB สถานะซื้อขายของคุณไม่จำเป็นต้องถูกโอนไปที่ไหนเลย เนื่องจาก XTB เป็นผู้ให้บริการสภาพคล่องของคุณเอง!  ด้วยเหตุนี้ ความเร็วในการจับคู่จึงไม่เพียงแค่ฉับไว แต่ยังแม่นยำ แม้แต่ในยามที่ตลาดมีความผันผวนสูง

ไม่เพียงเท่านั้น XTB ยังเป็นตัวกลางด้านสภาพคล่องให้แก่โบรกเกอร์รายอื่นจำนวนมากมายหลายแห่ง ซึ่งบางแห่งก็เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงเทรดเดอร์ชาวเอเชีย หากคุณไม่มีเวลาตรวจสอบการดำเนินธุรกิจทั้งหมดของ XTB คุณก็ดูแค่ใบอนุญาตของทางบริษัทอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว ที่จะช่วยให้คุณมองเห็นระดับชั้นและชื่อเสียงของ XTB!

XTB ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 ที่ประเทศโปแลนด์ ภายใต้ชื่อ X-Trader Brokers จากนั้นในปี 2004 X-Trader ได้เปลี่ยนชื่อเป็น XTB ด้วยสำนักงานที่ปฏิบัติการในประเทศต่างๆกว่า 10 ประเทศ เช่น เบลิซ, อังกฤษ, โปแลนด์, เยอรมัน, สเปน และฝรั่งเศส
XTB ได้รับหลายรางวัล ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “โบรกเกอร์ CFD ที่ดีที่สุดแห่งปี 2019” โดย Broker Chooser Magazine และรางวัล “โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดในสหภาพยุโรป” โดย Money Market
ทั้งนี้ ตลอด 17 ปีในการดำเนินงาน XTB ยังคงเติบโตและตั้งเป้าที่จะเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเสมอมา

ใบอนุญาตและการกำกับดูแลของ XTB
ใบอนุญาตเป็นหนึ่งในพื้นฐานของการประเมินว่า โบรกเกอร์มีความน่าเชื่อถือหรือไม่

ทำไมสิ่งนี้จึงมีความสำคัญ? ก็เพราะเมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว โบรกเกอร์นั้นๆ จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบทั้งหมดจากองค์กรที่ควบคุม เพื่อป้องกันพฤติกรรมการหลอกลวง ด้วยเหตุผลดังกล่าว เมื่อโบรกเกอร์กระทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม หน่วยงานที่กำกับดูแลก็สามารถลงโทษปรับ หรือวางข้อจำกัดเพิ่มเติมแก่โบรกเกอร์รายนั้น หรือแม้กระทั่งยกเลิกใบอนุญาตถาวร (เช่น กรณีที่บริษัท FXCM ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโดย CFTC และต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 7 ล้านเหรียญสหรัฐจากการที่พวกเขาแทรกแซงการเทรดของลูกค้า)
ไม่เพียงแค่นั้น ผู้กำกับดูแลแต่ละแห่งจะมีกฎและข้อบังคับของพวกเขาเองด้วย ยิ่งเป็นหน่วยงานใหญ่มากเท่าไร กฏระเบียบก็เข้มงวดยิ่งขึ้นมากเท่านั้น สำหรับโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์แล้ว การได้รับการกำกับดูแลโดยองค์กรอย่าง ASIC, FCA, Bafin หรือ CySEC ไม่เพียงแต่เสริมสร้างชื่อเสียงให้กับโบรกเกอร์เท่านั้น แต่ยังทำให้ลูกค้าของโบรกเกอร์คลายความกังวลได้ด้วย
การที่จะได้รับอนุมัติแม้เพียงครั้งเดียวจากหน่วยงานกำกับดูแลเหล่านั้น ทางโบรกเกอร์จำเป็นต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แม้แต่ FBS ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ยอดนิยมในเอเชียที่ก่อตั้งเมื่อปี 2009 ในที่สุดเมื่อปี 2017 หลังจากทำธุรกิจมา 8 ปี พวกเขาก็เพิ่งได้รับใบอนุญาตจาก CySEC!
ใช่แล้ว เพียงแค่ดูรายการใบอนุญาตของ XTB คุณก็สามารถเล็งเห็นถึงพันธกิจสูงสุดในความมุ่งมั่นที่จะสร้างความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพของทางโบรกเกอร์ได้แล้ว

ใบอนุญาตเหล่านี้สามารถปกป้องผลประโยชน์ของเทรดเดอร์ได้อย่างไร?

  • กลไกแยกบัญชี

XTB ได้รับการกำกับดูแลโดย KNF สำหรับบริการทางการเงินภายในยูโรโซน โดย KNF เป็นหนึ่งในผู้กำกับดูแลที่เข้มงวดที่สุดในการปกป้องเงินทุนและควบคุมความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างเทรดเดอร์และโบรกเกอร์ ด้วยการใช้กลไกแยกบัญชี ทาง XTB ต้องมี 2 บัญชีแยกออกจากกันเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบที่กำหนดโดย KNF
ตามคำนิยามแล้ว การแยกบัญชี หมายถึง เงินทุนของนักลงทุนและสินทรัพย์ของโบรกเกอร์จะต้องแยกออกจากกัน ซึ่งช่วยคุ้มครองการลงทุนของคุณ โดยกีดกันโบรกเกอร์จากการนำเงินของคุณไปเทรดสวนทางกับคุณ ไม่เพียงแค่นั้น การแยกบัญชียังเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสถานะการเงินที่เพียงพอของทางโบรกเกอร์ ซึ่งมีความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น KNF ยังออกกฏให้ทางโบรกเกอร์ทำรายงานตรวจสอบประจำปีเพื่อให้คะแนนความสามารถของโบรกเกอร์แต่ละแห่งด้วย นักลงทุนสามารถวางใจได้อย่างง่ายดายเมื่อซื้อขายกับทาง XTB

  • กลไกการชดเชย

XTB ไม่ได้เป็นแค่เพียงสมาชิกของ ICS (Investor Compensation Scheme) ซึ่งให้หลักประกันสำหรับลูกค้าในกรณีที่บริษัทล้มละลายหรือเลิกกิจการเท่านั้น แต่ยังได้รับการกำกับดูแลโดย FCA และ CySEC อีกด้วย โดยทาง XTB จะจ่ายเงินชดเชยให้สูงถึง 50,000 ปอนด์ ตามกฏของ FCA และสูงถึง 20,000 ยูโร ตามกฏของ CySEC

ไม่เพียงแต่มีใบอนุญาตที่มีชื่อเสียงหลายใบเท่านั้น XTB ยังได้รับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย

การที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้นั้น เอกสารทางการเงินและบันทึกทางธุรกิจทั้งหมดต้องโปร่งใส ถูกต้อง และเป็น“ของจริง” ยิ่งไปกว่านั้น โบรกเกอร์ในฐานะบริษัท ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบหลายชั้นเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทถูกต้องตามกฎหมาย

เราอาจถือได้ว่า นั่นเป็นเกียรติยศสูงสุดที่โบรกเกอร์รายหนึ่งจะได้รับ เพราะมีเพียงโบรกเกอร์หนึ่งในหลายพันรายเท่านั้นที่จะสามารถปฏิบัติตามกฏระเบียบดังกล่าวได้

บัญชีซื้อขายและเครื่องมือทางการเงินที่ให้บริการโดย XTB

บัญชีการซื้อขาย

XTB ให้บริการบัญชีซื้อขาย 2 ประเภทหลัก คือ บัญชี Standard และบัญชี Pro

บัญชี Standard

บัญชี Standard มีการแบ่งออกเป็น 3 ประเภทย่อย คือ Standard A, Standard B และ Standard C ประเภทบัญชีนี้ได้รับการออกแบบสำหรับนักลงทุนรายใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่รักสกุลเงินคริปโต เนื่องจากบัญชี Pro ไม่มีกลุ่มเครื่องมือนี้ ในการลงทุนในคริปโต คุณจะต้องเปิดหนึ่งใน 3 บัญชี Standard 

ข้อกำหนดบัญชี:

  • เงินฝากขั้นต่ำ: 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ
  • เลเวอเรจสูงสุด: 1:500
  • สเปรดแบบลอยตัว เริ่มต้นที่ 0.35 ปิ๊ป
  • ไม่มีค่าคอมมิชชัน
  • ปริมาณต่ำสุด: 0.01 ล็อต

บัญชี Pro
บัญชีประเภทนี้แนะนำสำหรับเทรดเดอร์ที่ช่ำชองและต้องการท่องคลื่นแห่งการซื้อขาย โดยมีสเปรดต่ำเพียง 0.1 ปี๊บ และคิดค่าคอมมิชชั่นอยู่ที่ 7 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ล้อต
ในบัญชี Pro จะคิดค่าคอมมิชชันการซื้อขาย CFD และกองทุนอีทีเอฟเพียง 0.08%/ล็อต และคุณยังสามารถรับเงินปันผลได้เมื่อถือหุ้นอยู่ในพอร์ต! มันเป็นวิธีง่ายๆสำหรับคุณที่จะได้สัมผัสกับการซื้อขายหุ้นจริง  ส่วนอีทีเอฟก็นับเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงและเป็นเทรนด์ใหม่ของการลงทุน ซึ่งมีโบรกเกอร์เพียงไม่กี่รายที่สามารถให้บริการเทรดผลิตภัณฑ์ทางการเงินนี้แก่คุณได้ ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาสิ่งแปลกใหม่ โปรดเยี่ยมชม XTB และบัญชี Pro ของพวกเขา
ข้อเสียอย่างหนึ่งของบัญชี Pro คือปริมาณขั้นต่ำต่อสถานะอยู่ที่ 0.1 ล้อต แม้เงินฝากขั้นต่ำจะอยู่ที่เพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เนื่องจากคุณต้องเปิดสถานะอย่างน้อย 0.1 ล้อต โดยมีเลเวอเรจมากถึง 1:500 และคอมมิชชั่นอยู่ที่ 7 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ล้อต ดังนั้น คุณจึงควรฝากเงินอย่างน้อย 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในกรณีที่คุณต้องการใช้บัญชี Pro

ข้อกำหนดบัญชี:

  • เงินฝากขั้นต่ำ: 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ 
  • เลเวอเรจสูงสุด 1:500
  • เปรดลอยจาก 0.1 ปิ๊ป
  • คอมมิชชัน: 7 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ล็อต
  • ปริมาณต่ำสุด: 0.1 ล้อต 

เลเวอเรจ

XTB เสนอเลเวอเรจสูงสุดให้ถึง 1: 500 แต่จะมากน้อยต่างกันไปตามแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ฯ:

  • ฟอเร็กซ์: สูงสุด 1:500
  • ดัชนี: สูงถึง 1:200 สำหรับคู่ที่เป็นที่นิยม 1: 66.7 สำหรับคู่ที่มีคนเทรดน้อยกว่า
  • สินค้าโภคภัณฑ์: ทองคำ สูงสุด 1:500 สินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ 1:333.3
  • CFD หุ้น: สูงสุด 1:20
  • อีทีเอฟ: สูงสุด 1:5
  • สกุลเงินคริปโต: 1:5


ผลิตภัณฑ์ฯที่ให้บริการโดย XTB:
สามารถกล่าวได้ว่าเป็นจุดที่ทำให้ XTB โดดเด่นจากโบรกเกอร์รายอื่นๆ ด้วยรายการผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีอยู่มากมายถึง 1800 ผลิตภัณฑ์ในแต่ละตลาด เช่น:

  • ฟอเร็กซ์ (49 คู่)
  • ดัชนี (42 คู่)
  • CFD หุ้น (1724 คู่)
  • อีทีเอฟ (104 คู่)
  • สกุลเงินคริปโต (25 คู่)

เมื่อคุณเทรดกับ XTB ก็เท่ากับคุณเทรดกับผู้ให้บริการด้านสภาพคล่องโดยตรง ราคาจะไม่ถูกปรับเปลี่ยน ดังนั้น แม้แต่ในช่วงเวลาที่มีข่าวใดๆออกมา ราคาก็ยังคงเคลื่อนไหวอย่างราบรื่น เพื่อผลประโยชน์สูงสุดในการซื้อขายสำหรับนักลงทุน

สกุลเงินคริปโต

จะเห็นได้ว่า XTB เป็นโบรกเกอร์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเสนอสกุลเงินคริปโตอันหลากหลายให้เทรดเดอร์เลือกซื้อขาย นี่เป็นจุดเด่นที่น่ายกย่องจริงๆ เพราะอย่างที่คุณทราบ โบรกเกอร์บางรายอาจเสนอสกุลเงินคริปโตให้เทรดอยู่เพียง 3 – 5 คู่เงินเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขการซื้อขายที่ “โหดร้าย” มาก แม้มันจะถูกเรียกว่า “เงินดิจิตอล” แต่กลับอนุญาตให้ทำการซื้อขายได้แค่วันจันทร์ถึงวันศุกร์เท่านั้นและปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เฉกเช่นเดียวกับคู่เงินฟอเร็กซ์ทั่วไป ซึ่งถือเป็นอันตรายต่อผู้ที่รักการเทรดสกุลเงินคริปโต เพราะวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นวันที่มีการซื้อขายคึกคักที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ ข่าวดีสำหรับคุณ คือ ที่ XTB คุณสามารถเทรดสกุลเงินคริปโตต่างๆได้ “จริง” โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการปิดในวันหยุดสุดสัปดาห์

จุดเด่นอีกอย่างคือ ค่าสวอป หากไม่นับ BTC แล้ว การเทรดผลิตภัณฑ์คริปโตอื่นๆ จะมีต้นทุนถูกมาก เกือบจะฟรีเลยทีเดียว เพราะคิดเพียง 0.3 USD ต่อ 1 ล็อตเท่านั้น ดังที่คุณเห็นในตัวอย่างด้านบน: ค่าสวอปสำหรับการเทรด 10 ETH ผ่าน XTB อยู่ที่เพียง 1.12 USD สำหรับสถานะขาย และเพียง 0.37 USD สำหรับสถานะซื้อ เรียกว่า ราคาถูกสุดๆไปเลย! ด้วยเหตุดังกล่าว คุณจึงควรพิจารณาเลือกใช้ XTB หากคุณกำลังมองหาโบรกเกอร์สำหรับการเทรดในตลาดคริปโต

CFD หุ้นและอีทีเอฟ

เช่นเดียวกับคริปโต CFD หุ้นและอีทีเอฟ (Exchange Trade Fund – ETF เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่มีหลักทรัพย์ต่างๆ เป็นสินทรัพย์ในการซื้อขาย และเช่นเดียวกับหุ้น หนึ่งในอีทีเอฟที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือ S&P500) XTB มีบริการซื้อขายหุ้นที่หลากหลายจากตลาดต่างๆ ทั่วโลก เช่น อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการก้าวพ้นขีดจำกัด ทาง XTB ไม่จำกัดอยู่เพียงกองทุนพื้นฐานทั่วไป เช่นกองทุน iShare แต่ยังมีบริการซื้อขายอีทีเอฟของกองทุนทองคำ SPDR กองทุนน้ำมัน USO และกองทุนประเภทอื่นๆ อีกมากมาย

ค่าคอมมิชชั่นการถือครองเป็นเวลา 1 สัปดาห์ของ XTB สอดคล้องกับโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงอื่นๆ เช่น IG และ eToro

ไม่เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์ฯมากมาย แต่ค่าธรรมเนียมการซื้อขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ที่ XTB ยังต่ำเพียง 0.08% ซึ่งต่ำกว่าการซื้อขายหุ้นทั่วไปเสียอีก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ แม้ว่าลักษณะรูปแบบการซื้อขายหุ้นผ่าน XTB นั้นยังคงเป็นแบบ CFD แต่คุณก็สามารถรับเงินปันผลได้หากคุณรักษาคำสั่งซื้อจนถึงวันที่บริษัทขึ้นเครื่องหมายตามกำหนดการจ่ายเงินปันผล
นี่เป็นข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่ใช่ว่าโบรกเกอร์ทุกรายจะมอบให้คุณได้ อีกทั้งการเทรดดัชนีกับทาง XTB  จะไม่มีการเรียกเก็บค่าสวอป (ค่าถือสถานะข้ามคืน) ในช่วงหนึ่งปีของการเทรด คุณอาจต้องกังวลกับค่าโรลโอเวอร์สองสามครั้งต่อปีเท่านั้น แต่มันเป็นจำนวนเงินเพียงเล็กน้อยและขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ฯที่คุณเทรดด้วย ไม่ใช่ว่าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวสำหรับทุกผลิตภัณฑ์ฯ
 

แพลตฟอร์มการซื้อขาย

MT4

XTB นำเสนอซอฟท์แวร์ MT4 สำหรับเดสก์ท็อป แท็บเล็ต และอุปกรณ์มือถือ ซึ่งรองรับทั้ง iOs และ Android เพื่อช่วยให้นักลงทุนซื้อขายได้ทุกที่ทุกเวลา

xStation

นอกจาก MT4 แล้ว XTB ยังมีซอฟต์แวร์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งพัฒนาโดยทางโบรกเกอร์เอง ในชื่อว่า xStation  แพลตฟอร์มนี้มีคุณสมบัติโดดเด่นมากมายที่ MT4 ไม่สามารถทำได้ ดังนั้น หากคุณซื้อขายกับทาง XTB คุณอาจจะอยากใช้ xStation แทน MT4 ทั้งนี้ คุณสมบัติเด่นบางประการของ xStation ได้แก่:

  • ฝากและถอนเงินได้ทันทีผ่านทาง xStation
  • นำเสนอข้อมูลเต็มรูปแบบบนปฏิทินเศรษฐกิจและปฏิทินเงินปันผล
  • ให้สิทธิในการฝึกอบรมความรู้ผ่านทางวิดิโอบน xStation
  • มีเครื่องมือในการวิเคราะห์และเครื่องมือทางสถิติแบบบูรณาการ
  • ให้บริการแพลตฟอร์มหลายเวอร์ชั่น ทั้งเวอร์ชั่นสำหรับหน้าเว็บ ระบบวินโดว์ MacOS ระบบ iOS และ Android

ประเด็นแรกที่ขอชื่นชม xStation คือ รูปแบบอินเตอร์เฟสที่ราบรื่นและใช้งานง่าย คุณสามารถทดลองใช้ xStation ได้จากเว็บไซต์ของ XTB ก่อนที่จะใช้เวอร์ชันการติดตั้งลงโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ของคุณ นอกจากนี้ xStation ยังรองรับภาษาอันหลากหลาย (19 ภาษา) รวมถึงภาษาต่างๆ ของเอเชีย ดังนั้น มันจึงใช้งานง่ายและเข้าถึงได้แม้ว่าคุณจะไม่รู้ภาษาอังกฤษก็ตาม

ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น แต่คุณสมบัติ “สำคัญ” ของ xStation ที่ไม่ควรพลาดที่จะกล่าวถึง คือ หน้าแสดงสภาวการณ์ตลาด (Market Sentiment) สมรรถภาพตลาด (Market Depth) และเครื่องมือคัดกรองหุ้น (Stocks Scanner)

สภาวการณ์ตลาด

ภาพด้านบนคือ หน้าจอแสดงสภาวการณ์ตลาดหรือ Market Sentiment ดังที่คุณเห็น พวกเขาจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์ของเทรดเดอร์ที่กำลังซื้อหรือขายผลิตภัณฑ์บางอย่าง ซึ่งคุณอาจสนใจ

หากคุณรู้สึกว่าภาพในแบบด้านบนมองยาก คุณสามารถคลิกที่กล่องสี่เหลี่ยมทางด้านขวา ซึ่งจะแสดงคู่สกุลเงินแต่ละคู่ที่มีจำนวนผู้ซื้อและผู้ขายที่แสดงผลเป็นสองสี คือ สีเขียวสำหรับสถานะซื้อและสีแดงเป็นสถานะขาย นี่เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากสำหรับคุณที่จะรู้ว่าฝ่ายใดมีความแข็งขันมากกว่ากันในตลาด ซึ่งถือเป็นคำแนะนำสำหรับคุณว่าควรจะเปิดสถานะใด จึงจะที่ดีที่สุดสำหรับคุณ 

สมรรถภาพตลาด

นอกเหนือจาก Market Sentiment แล้ว XTB ยังมีแอพพลิเคชั่นที่มีประโยชน์อีกอย่างหนึ่งคือ Market Depth หรือสมรรถภาพของตลาดด้วย โดยคุณจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณของคู่สกุลเงินและราคาในแต่ละระดับ รวมถึงจำนวนที่ผู้ให้บริการสภาพคล่อง (XTB) สามารถจับคู่ให้ได้:

ตัวอย่างเช่น ในภาพด้านบนสำหรับดัชนี US30 หากคุณขาย 3 ล็อต ราคาจะเป็น 28305 ถ้าคุณขาย 10 ล็อต ราคาจะเพิ่มขึ้นเป็น 28298 เช่นเดียวกัน ถ้าคุณขาย 15 ล็อต ราคาจะเพิ่มเป็น 28288 เป็นต้น อย่างไรก็ตามคุณสามารถเห็นได้ว่า เมื่อเปิดสถานะในปริมาณสูงมาก (50 ล็อต) โดยเจตนารมณ์ ตลาดจะให้ข้อเสนอแนะว่าสภาพคล่องไม่เพียงพอที่จะดำเนินการตามคำสั่งให้เสร็จสมบูรณ์ได้ และจะไม่มีการส่งคำสั่งออกไป แม้ในขณะที่คุณกำลังใช้คำสั่ง Pending order ก็ตาม

จากภาพด้านบน เป็นการยืนยันอีกครั้งว่า XTB เป็นผู้ให้บริการสภาพคล่องในตัว ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถจับคู่ราคาดังกล่าวได้ และถ้าคุณไปที่ส่วนของ xOpen Hub คุณจะเห็นว่า XTB เป็นหุ้นส่วนของผู้ให้บริการในยุโรปหลายราย รวมถึงรายที่คุ้นเคยกับบรรดาเทรดเดอร์ในเอเชีย เช่น Zulutrade หรือ IFCMarkets

เครื่องมือคัดกรองหุ้น

นอกเหนือจากคุณสมบัติสองประการข้างต้นแล้ว อีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อขาย คือ เครื่องมือคัดกรองหุ้น หรือ Stocks Scanner

Stock Scanner จะให้เทรดเดอร์คัดสรรหุ้นผ่าน 15 หมวดหมู่หุ้นที่คุณต้องการซื้อขาย เช่น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด อัตราส่วนผลตอบแทนต่อหุ้น ปัจจัยเสี่ยงเบต้า อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้คุณประเมินประเภทหุ้นที่คุณต้องการได้อย่างง่ายดาย ลงทุนได้โดยไม่ต้องอ่านงบการเงินทั้งชุด หรือคุณอาจใช้เครื่องมือนี้ในการประเมินมูลค่าของแต่ละหุ้นเพื่อทำการตัดสินใจอย่างรอบคอบและตัดสินใจว่าควรศึกษาเพิ่มเติมเพื่อลงทุนหรือไม่

การฝากและถอนเงินกับ XTB


Deposit and Withdraw at XTB
XTB เสนอทางเลือกในการฝากเงินผ่านช่องทางอันหลากหลาย เช่น Visa, Neteller, Skrill และฝากผ่านธนาคาร

รูปแบบการฝากและถอนเงินของ XTB บางอย่าง จะมีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมค่อนข้างสูง เช่น หากคุณฝากเงินผ่าน Neteller และ Skrill คุณจะถูกเรียกเก็บ 2% และในกรณีที่มีการถอน หากคุณถอนน้อยกว่า 100 ดอลลาร์ คุณจะถูกหักเงิน 30 ดอลลาร์

ดังนั้น เราขอแนะนำให้คุณใช้รูปแบบการถอนผ่านธนาคารท้องถิ่นเท่านั้น เพราะไม่เพียงแค่รวดเร็ว แต่ยังฟรีอย่างสมบูรณ์ ไม่เพียงแค่นั้น ธนาคารในท้องถิ่นยังรองรับการทำธุรกรรมกับธนาคารหลายแห่งด้วย ดังนั้น คุณไม่จำเป็นต้องกังวลว่าบัญชีธนาคารของคุณสามารถใช้ที่ XTB ได้หรือไม่ นอกจากนี้ การฝากและถอนเงินโดยธนาคารท้องถิ่น เงินจะเข้าบัญชีแทบจะในทันทีหรืออาจรอนานไม่เกิน 24 ชั่วโมง แทนที่จะต้องรอ 5-7 วันเช่นเมื่อคุณถอนเงินผ่าน Visa

การบริการลูกค้า

XTB มีทีมงานบริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ ทันทีที่คุณกรอกข้อมูลลงทะเบียน คุณจะได้รับอีเมลจากผู้จัดการบัญชีของคุณ ดังนั้น หากคุณมีปัญหาใดๆ คุณสามารถส่งอีเมลถึงฝ่ายสนับสนุนดังกล่าวได้โดยตรง พวกเขาจะช่วยตอบคำถามหรือแก้ปัญหาทั้งหมดที่คุณอาจกำลังเผชิญอยู่ 

สรุป:

จุดเด่น

  • มีใบอนุญาตจำนวนมากจากหน่วยงานกำกับดูแลที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง
  • ไม่มีการปรับราคาเมื่อมีข่าวใหม่ๆ ประกาศออกมา
  • มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้เลือกเทรดหลากหลายผลิตภัณฑ์
  • การเทรดดัชนี ไม่ต้องเสียค่าสวอป ส่วนการเทรดคริปโตจะมีค่าสวอปต่ำมากพอที่จะถือเป็นเวลานานๆ
  • ซอฟต์แวร์การซื้อขายที่ทันสมัยและล้ำยุค
  • ใช้เงินฝากขั้นต่ำน้อย
  • ฝากและถอนได้อย่างรวดเร็ว
  • พนักงานให้ความช่วยเหลืออย่างกระตือรือร้น

จุดด้อย

  • ไม่มีบัญชี PAMM / MAM 
  • บัญชี Pro กำหนดปริมาณซื้อขายขั้นต่ำที่ 0.1 ล้อต

เห็นแบบนี้แล้วใครอยากลองเปิดบัญชีทดลองกับ XTB หรือจะเปิดบัญชีเทรดจริงไปเลย คลิกที่นี่เลย > https://link.xtb.com/xw/xPlMa

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here