คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันในทุกวันนี้มีมากมายหลากหลายยี่ห้อ แต่ทุกคนทราบกันหรือไม่ว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรกของโลกนั้นเป็นของ HP  และหลาย ๆ คนคงเคยใช้และครอบครองคอมพิวเตอร์ของ HP กันไม่มากก็น้อย จากที่เคยอยู่ในจุดสูงสุดของวงการคอมพิวเตอร์และเคยเป็นตำนานของซิลิคอนวัลเลย์ แต่ด้วยปัญหาภายในที่แก้ไม่ตก จึงทำให้อดีตยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีต้องแยกกิจการเป็นสองส่วน เพื่อหวังฟื้นตัวจากช่วงขาลงทั้งในแง่รายได้ และในแง่การลงทุนใน หุ้น HP Inc. (HPQ) ที่นักลงทุนหลายคนคาดหวัง รวมทั้งการ เทรด CFDs หุ้นต่างประเทศ ด้วย

HP Inc. หรือ Hewlett-Packard ก่อตั้งโดยคู่หู Bill Hewlett และ David Packard สองนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดที่สร้างบริษัทมูลค่าพันล้านในโรงรถในเมืองพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยพวกเขาคิดค้นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรกของโลกได้สำเร็จในปี 1930 โดยมีชื่อว่า Hewlett-Packard 9100A หรือในทางการตลาดเรียกว่า เครื่องคิดเลขตั้งโต๊ะ (desktop calculator) นับแต่นั้นมา HP จึงกลายเป็นบริษัทไอทีที่ผลิตคอมพิวเตอร์อันดับหนึ่งของโลก และเป็นทั้งจุดเริ่มต้นและตำนานของซิลิคอนวัลเลย์อีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน HP ไม่สามารถรักษาความยิ่งใหญ่ไว้ได้ อาจเป็นเพราะการมาของ Apple และปัญหาภายในต่าง ๆ มากมาย จึงเสียความยิ่งใหญ่ให้กับคู่แข่งจากจีนอย่าง Lenovo ไป ปัญหาภายในของ HP เกิดจากการ CEO ที่รับช่วงต่อหลาย ๆ คน และก่อนคนปัจจุบันที่มารับหน้าที่ฟื้นฟู HP ในช่วงขาลงได้แก่ Meg Whiteman ซีอีโอหญิงแกร่งจาก eBay ซึ่งในปี 2014 เธอตัดสินใจแยก HP ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ บริษัท HP Inc. ที่ทำหน้าที่ขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและเครื่องพิมพ์ และอีกบริษัท  Hewlett-Packard Enterprise โฟกัสที่ธุรกิจไอทีฝั่งองค์กรเพียงอย่างเดียว ก่อนทั้งสองจะมารวมกันในปี 2015 โดยมี CEO คนใหม่อย่าง Dion J. Weisler มาทำหน้าที่แทน 

HP Inc. จดทะเบียน IPO ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก NYSE มาตั้งแต่ปี 1980 ปัจจุบันหุ้น HPQ มีราคาอยู่ที่ 16.69 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น จึงทำให้บริษัท HP มีมูลค่าเท่ากับ 24,480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.44 แสนล้านบาท โอกาสการลงทุนด้วยการ เทรด CFDs ในตอนนี้เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงขาลง เพราะเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2019 ราคาหุ้น HP อยู่ที่ 25.77 ก่อนจะล่วงลงมาในราคานี้ 

อย่างไรก็ตาม โอกาสในการเทรด CFDs หุ้น HP Inc. มีจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาด 1,481,913,639 หุ้น และมีการซื้อขายเฉลี่ย 3 เดือนกว่า 10,266,228 ครั้ง แม้จะเป็นหุ้นต่างประเทศอีกตัวที่อยู่ในช่วงขาลง แต่ก็น่าลงทุนเพราะมีราคาที่ไม่สูงมากนัก เหมาะกับการเก็บส่วนต่างในปริมาณที่สูงได้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here